fic TFBOYS [QianKai] Lust 1
“เชียนซี!” เสียงเรียกที่ดังขึ้นส่งให้ร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของชื่อชะงักฝีเท้า ใบหน้าคมสันหันกลับไปมองเจ้าของ
เสียงที่กำลังวิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจเลยว่ากระโปรงสั้นที่สวมอยู่มันกำลังปลิวพลิ้วไปมาล่อตาเด็กหนุ่มหลายคนที่
เดินสวนไปมาบนโถงทางเดินตึกเรียน
เด็กหนุ่มถอนหายใจ รู้สึกเหนื่อยหน่ายเหลือเกินกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่ว่าเขาจะสลัดเท่าไหร่ก็สลัดอีกฝ่ายไม่
หลุดเสียทีจนเขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว
“ฉันบอกแล้วว่าเลิกตามฉันสักที” เสียงของเชียนซีนิ่งเรียบ และไม่ได้คิดที่จะยืนรออีกฝ่าย ขายาวก้าวเดินต่อไป
ข้างหน้าทั้งๆ ที่คนเรียกยังวิ่งมาไม่ถึงตัว แต่กระนั้น ความไวของเธอก็กลับดึงรั้งแขนเขาเอาไปไว้ในอุ้งมือของเธอ
ได้สำเร็จอยู่ดี
“ฉันบอกแล้วว่าไม่ว่ายังไงฉันก็จะต้องคบกับนายให้ได้”
“ฉันไม่อยาก”
“แต่ฉันอยาก”
“...” เชียนซีลอบกลอกตาขึ้นบนทีหนึ่ง แต่แล้วเสียงจ๊อกแจ๊กที่ดังขึ้นจากทางด้านหน้าพร้อมกับเด็กหนุ่มสาวในชุด
นักเรียนที่รีบแหวกทางออกให้ใครบางคนเดินผ่านไปก็เรียกให้ตัวของเชียนซีชะงักกึก
ดวงตาสีขลับสะท้อนร่างโปร่งบางของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ทำเพียงแค่เดินเงียบๆ มาตามทางเดิน มองผ่านๆ อีกฝ่าย
ก็ไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่น แต่เมื่อมองดีๆ อีกฝ่ายก็ดูจะกลายเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยากเลย
เพราะที่มุมปากแบบบางของอีกฝ่ายนั้นปรากฏรอยช้ำให้ได้เห็นชัดเจน
“เชียนซี หลบเร็ว” เสียงของคนที่เกาะแขนเขาอยู่พร้อมกับดึงให้เขาหลบไม่ได้ทำให้เชียนซีละสายตาจากร่างของ
คนที่กำลังเดินสวนผ่านเขาไปได้เลยสักนิด
“อย่ามองเขานานนักสิ คนๆ นั้นไม่น่าเข้าไปยุ่งด้วยหรอก”
“ทำไมล่ะ?” เด็กสาวรู้สึกอยากจะยิ้มทันทีที่ในที่สุดอีกฝ่ายก็หันมาสนใจเธอสักที ริมฝีปากอิ่มที่ถูกทาลิปสติกมา
บางๆ จึงเผยยิ้มและรีบเล่าสิ่งที่ตนเองรู้โดยอัตโนมัติ
“เห็นว่าเขาขายตัวไม่ก็เป็นเด็กเสี่ยนี่ล่ะ ไม่มีใครอยากยุ่งกับเขาหรอกถ้าไม่จำเป็น” ว่าพลางเธอก็ยู่ปาก “แต่เห็นว่า
หลายคนก็ยอมจ่ายให้เขานะ แค่ให้ได้นอนกับเขาซักครั้ง”
“ไม่น่าแปลกใจหรอกนะ…” ว่าพลางก็นิ่งนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่เขาเห็นได้ชัดเจน แม้จะมีรอยช้ำที่มุมปาก แต่
เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นสวยจับตาจริงๆ
แต่ในขณะเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นก็ดูแฝงไปด้วยความเศร้าโศกที่ถูกกลบเอาไว้ด้วยความนิ่งเงียบเย็นชา
“นี่อย่าบอกนะว่านายก็เป็นไปกับเขาด้วย ฉันไม่ยอมนะเชียนซี!”
“เสียงดังจริง กลับห้องเรียนเธอไปได้แล้ว จะหมดเวลาพักอยู่แล้วนะ”
“นี่นายไล่ฉันเหรอ!?”
“แล้วแต่จะคิด” ว่าจบเชียนซีก็ก้าวขาเดินหน้าต่อทันที ไม่ได้หันไปสนใจว่าอีกฝ่ายจะกำลังยืนเบะปากใส่เขาเลย
สักนิด
กริ๊งงงงงง!!!
เสียงกริ่งตีบอกเวลาของคาบเรียนสุดท้ายที่จบลงทำให้เด็กนักเรียนทุกคนแทบจะพร้อมเพรียงกันขยับ เสียง
ดังฟึบฟับของแต่ละคนที่เก็บสมุดหนังสือและกล่องดินสอลงในเก๊ะและกระเป๋าดังเสียจนแม้แต่อาจารย์ที่อยู่หน้า
ห้องก็ยังทำได้เพียงมองยิ้มๆ แล้วเดินออกไปจากห้องเรียน ปล่อยให้นักเรียนชายหญิงสะพายกระเป๋าพาตัวเอง
ออกไปจากห้องกันราวกับคลื่นลูกใหญ่ ขณะที่เชียนซีเลือกที่จะนั่งอยู่เฉยๆ รอให้คนซาก่อนด้วยความที่ไม่อยาก
จะออกไปเบียดเสียดกับคนที่อยู่ด้านนอก
“เชียนซี~”
เสียงของเด็กสาวดังขึ้นอีกครั้งของวันพร้อมกับร่างบางอ้อนแอ้นของอีกฝ่ายที่เดินเริงร่าเข้ามาหาเขา กระดุมชุด
นักเรียนที่ควรจะติดจนถึงคอของเธอถูกจงใจปลดออกจนเห็นลงไปถึงร่องอก ซึ่งนั่นทำให้เชียนซีรู้สึกกระดากเกิน
กว่าจะทนมองเธอได้
“เขินเหรอ?”
“ขอทีเถอะเจียงซูซิน แต่งตัวให้เรียบร้อยซะ”
“ชิ มันอึดอัดนี่ อีกอย่าง บอกแล้วว่าฉันจะจีบนายให้ได้”
“คิดว่าการโชว์เนื้อหนังให้ฉันดูแล้วจะจีบฉันได้งั้นเหรอ?”
“อย่างน้อยนะ” ว่าพลางเธอก็หัวเราะคิกคักก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขามากยิ่งกว่าเดิม “ได้ตัวนายก็ยังดี”
ว่าพลางอีกฝ่ายก็ยื่นมือมาจับปกเสื้อเขาเบาๆ “ยิ่งตอนนี้ไม่มีคนแล้วด้วย ลองมั้ย??”
“ไม่ล่ะ ขอบคุณ” ว่าจบเชียนซีก็ก้มลงหยิบกระเป๋าแล้วขยับลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน เจียงซูซินก็เข้ามาก
อดแขนเขาพร้อมกับเอาหน้าอกของเธอมาบดเบียดใส่จนเขาขนลุกซู่ไปหมด
“นี่ ฉันไม่ได้ถูกใจใครแบบนี้ง่ายๆ นะ นายน่าจะดีใจซักหน่อย ถึงจะเป็นเด็กใหม่ก็เถอะ แต่นายเรียนที่นี่มาจะครบ
เดือนแล้วนะ”
“แล้วยังไง? ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยสักนิด” ว่าจบเขาก็ปรายตามองอีกฝ่าย แต่แล้วก็ต้องรีบดึงสายตากลับเมื่อ
สายตาของเขามันดันไม่รักดีไปปะทะกับหน้าอกของอีกฝ่ายพอดี รีบสาวเท้าต่อไปข้างหน้า ขณะที่ในสมองกำลัง
ประมวลหาทางสลัดอีกฝ่ายให้หลุดเพื่อตั้งสติ กระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นห้องน้ำชายที่อยู่สุดทางเดินนั่นล่ะ ขา
ยาวจึงได้รีบสาวไปทางนั้นทันที
“ห้องน้ำชาย จะเข้าไหม?”
“ได้เหรอ? ใช่ว่าฉันไม่เคยเข้านะ”
“ไม่ได้” ว่าจบเชียนีก็รีบดึงแขนออกจากอีกฝ่ายแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านในทันที
ทันทีที่เข้ามาด้านในได้ เด็กหนุ่มก็ถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่ายใจ เลื่อนสายตาขึ้นมองภายในห้องน้ำ เห็น
ห้องน้ำส่วนตัวสุดทางเดินถูกปิดเอาไว้ก็รู้ว่าคงจะมีคน คิดในใจว่าอย่างน้อยถ้าเจียงซูซินเข้ามาเขาก็ยังมีข้ออ้างให้
เธอออกไปได้ว่าในนี้ยังมีคนอื่นอยู่อีก
“ฮึก”
“...” เชียนซีมุ่นคิ้วเข้าหากันเมื่อเสียงสะอื้นเบาๆ ดังออกมาจากห้องน้ำด้านในสุด มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเดิน
เข้าไปทางนั้นขณะที่ขมวดคิ้วมุ่น และยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งได้ยินเสียงสะอื้นผะแผ่วนั้นชัดเจน
ไม่มีเสียงพูดตัดพ้อ ไม่มีเสียงฟูมฟาย มีแค่เพียงเสียงสะอื้นแผ่วเบาแต่กลับฟังดูช่างเจ็บปวดแม้อีกฝ่ายจะพยายาม
กลั้นมันอย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็ตาม
ครู่หนึ่ง กว่าที่เสียงนั้นจะหยุดลง ก่อนที่วินาทีต่อมาประตูบานนั้นจะถูกเปิดออก
เชียนซีชะงักทันทีที่บานประตูเปิดออกอย่างไม่มีบอกมีกล่าว พร้อมกับที่เขาสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของคนที่เพิ่งจะ
เดินออกมาซึ่งกำลังเผยความรู้สึกตื่นตระหนกไม่แพ้กันกับเขา
“อ...เอ่อ…”
“...” ทันทีที่เขาส่งเสียง อีกฝ่ายก็รีบก้มหน้าลงแล้วเดินสวนออกไปทันทีจนเชียนซีทำได้เพียงมองตาม ตอนที่บาน
ประตูถูกเปิดออก เขาเหมือนจะเห็นสายตาตื่นตระหนกของเจียงซูซินที่มองตามร่างของคนที่เขาได้เห็นเมื่อตอน
ช่วงกลางวัน ก่อนที่เธอจะมองเข้ามาด้านในเพียงเสี้ยววินาทีก่อนประตูจะปิดสนิท
เชียนซียืนนิ่งอยู่ในห้องน้ำอีกเกือบนาที ในที่สุดจึงได้ยอมเดินออกมาจากในห้องน้ำ แต่ครั้งนี้เขาไม่เพียงจะดึงสติ
ตนเองกลับมาไม่ได้ กลับกันเขากลับทุ่มสติและความคิดทั้งหมดไปให้กับการครุ่นคิดเรื่องของร่างแบบบางที่เขา
ได้เห็นชัดเจนว่าใบหน้าติดหวานนั่นยังคงเปรอะเลอะไปด้วยคราบน้ำตาจนน่าสงสาร
เจียงซูซินในที่สุดก็แยกจากการเกาะแขนเขาหลังจากที่เดินออกมาถึงหน้าโรงเรียน เด็กสาวเดินเข้าไปเกาะแขน
ผู้ชายอีกคนที่ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์รอเธออยู่ ท่าทางการยืนดูก็รู้ว่าขี้เต๊ะขี้อวดความร่ำรวยของตนเองไม่เบา
นี่คือสาเหตุที่เขาไม่เคยใจอ่อนกับผู้หญิงคนนี้ เธอมีแฟนอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นคนที่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอย่าง
ถึงที่สุด
ดวงตาภายใต้แว่นกันแดดเลื่อนมาทางเขาทีหนึ่ง แต่ครู่เดียวก็ถูกเจียงซูซินดึงความสนใจไปหมด เชียนซีที่เห็นดัง
นั้น ในที่สุดจึงได้ตัดสินใจเดินกลับหอที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก
เชียนซีจัดการตัวเองจนสะอาดหลังจากที่กลับมาถึงหอ นึกในใจว่าอย่างน้อยเขาก็ยังโชคดีที่กลับมาถึงหอก่อนฟ้า
มืด ไม่เช่นนั้น ต่อให้เป็นผู้ชาย เดินในซอยเปลี่ยวก็ยังอันตรายอยู่ดี
ร่างโปร่งของเด็กหนุ่มค้นเอาการบ้านออกมาจากกระเป๋า วันนี้ได้การบ้านมาไม่กี่วิชา คิดว่าทำไม่นานก็น่าจะเสร็จ
แต่เขาทำไปได้เพียงครู่เดียว เขาก็จำต้องหยุดกลางคันเมื่อกระเพาะของเขาดันเรียกร้องหาอาหารเสียอย่างนั้น
อา...ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้อง…
เชียนซีเม้มปากเบาๆ ตัดสินใจรีบทำการบ้านวิชานี้ที่ค้างอยู่ให้เสร็จ แล้วจึงได้เดินไปคว้ากระเป๋าพาตนเองออกไป
ด้านนอกทั้งๆ ที่ท้องฟ้าตอนนี้มืดสนิทไปแล้ว
หอพักของเขาอยู่ในซอยเปลี่ยวทำให้ไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัยสักเท่าไหร่ อย่างบนชั้นห้าที่เขาอยู่ก็เหมือนว่าจะมี
เพียงตัวเขาและคนห้องข้างๆ เท่านั้นที่อาศัยอยู่ ทั้งยังไม่มีลิฟต์ จึงทำให้คนส่วนใหญ่ไปเช่าอยู่กันที่ชั้นสองและ
สามแบบออกันอยู่ชนิดห้องหนึ่งอยู่กันสามสี่คนก็มี ส่วนชั้นสี่คนอยู่ยังมีมากกว่าที่ชั้นห้าที่พวกเขาอยู่เสียอีก
เดินลงมาถึงด้านล่างแล้วเขายังต้องเดินออกจากซอยเปลี่ยวที่มีแต่ที่ดินรกร้างจนต้นหญ้าและต้นไม้ขึ้นรกท่วมหัว
ไปอีกจึงจะพอมีร้านอาหารให้เขาได้เห็นบ้าง แต่ทว่า ยังไม่ทันที่เขาจะได้เดินพ้นจากซอยหน้าหอไป เขาก็ต้อง
ชะงักเท้าพร้อมทั้งมุ่นคิ้วเข้าหากัน
“ช่วยด้วย!”
“...” เชียนซีหันมองรอบตัวทันที ครั้งนี้เขาได้ยินเสียงหัวเราะดังตามมาด้วยจนพอจะจับทิศทางของเสียงได้แล้ว
เด็กหนุ่มจึงรีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่ ในนั้นมีสนับมือที่เขาพกติดตัวเอาไว้จนเคยชินตั้งแต่
ที่ย้ายมาอยู่ในหอราคาถูกนี่ ค่อยๆ ก้าวขาเข้าไปใกล้เสียงนั้นมากขึ้นจนพอจะจับใจความที่คลอมากับเสียงหัวเราะ
ได้
“ดีดดีเหลือเกิน ดีดอีก ยิ่งเล่นตัวกูยิ่งชอบ!”
“รีบๆ ถอดกางเกงมันออกมาเลยมา!”
“อย่า!!”
เหมือนว่าทางนั้นจะมีอยู่สองคน ซึ่งตัวเขาที่ไม่ได้ท้าตีท้าต่อยกับใครเขาเป็นกิจลักษณะมานานค่อนข้างจะกังวล
นิดหน่อยว่าฝีมือตัวเองอาจจะตก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสถานการณ์อีกครั้ง สุดท้ายเชียนซีก็ไม่อาจจะทนรั้งรอได้
อีก
เขาจัดการใส่สนับมือลงบนมือขวา ก่อนที่มือซ้ายจะดึงเอาปากกาขึ้นมากุมเอาไว้แล้วจึงได้เดินหน้าเข้าไป
“นี่พวกนายทำอะไรกัน!” เขาจงใจตะโกน คิดในใจว่าหากมีคนได้ยินแล้วเข้ามาช่วยอีกแรงก้คงดี แต่ถ้าไม่มีอย่าง
น้อยเขาก็ทำให้สองคนนั้นชะงักการกระทำได้บ้าง
สองคนนั้นชะงักแล้วหันมามองทางเขาทันที และนั่นทำให้เชียนซียิ่งกุมของในมือแน่นขึ้น ก่อนจะเดินเข้าไใกล้อีก
ฝ่ายเพื่อให้เห็นหน้าชัดๆ
“มึงเสือกอะไรด้วยวะ!?”
“ก็ไม่ได้อยาก แต่เดินผ่านมา ทนมองไม่ได้แค่นั้น”
“มึง!” สิ้นเสียง หนึ่งในสองคนนั้นก็ถลาเข้ามาหาเขาทันที โชคดีที่เขายังคงหลบอยู่หลังหญ้าสูงอยู่ อีกฝ่ายคงมอง
เห็นเขาได้ไม่ถนัด ตอนที่อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาเขาจึงสามารถใช้สนับมือซัดใส่อีกฝ่ายจนเม็ดตะปูฝังลงไปบนโหนก
แก้มของอีกฝ่ายสุดแรงทันที
ผลั่ก!!!
“ลุกขึ้น!” เชียนซีเข้าไปลากคออีกฝ่ายที่ลงไปกลิ้งกับพื้นขึ้นมา ใช้มือข้างที่สวมสนับมืออยู่ล็อคคออีกฝ่ายเอาไว้
กลิ่นเหล้าฉุนจมูกที่ได้รับทำให้เขารู้ว่าคนๆ นี้เพิ่งจะดื่มมาแน่ๆ ต้องนับเป็นโชคดีของเขาจริงๆ
เชียนซีใช้ปากกาจี้ไว้ที่เอวของอีกฝ่าย ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้ง คิดว่าเขามีอาวุธอื่นนอกจากสนับมือจึงตัวสั่น รีบ
ตะโกนบอกเพื่อนทันที
“เรียกให้ออกมาจากตรงนั้นซะ” เชียนซีเอ่ยด้วยเสียงที่ถูกกดต่ำจนอีกฝ่ายตัวสั่น รีบตะโกนบอกให้เพื่อนออกมา
จากตรงนั้น ขณะที่เชียนซีคอยมองสังเกตว่าอีกฝ่ายเดินออกไปถึงไหนแล้ว กระทั่งเห็นว่าอีกฝ่ายเดินจนจะถึงตัว
ถนนอยู่แล้ว เขาจึงได้กระซิบกับอีกฝ่ายอีกครั้ง “อย่าให้ฉันเห็นนายอีก ตัวนายมีรูเพิ่มขึ้นมาแล้วอย่าหาว่าไม่
เตือน!”
เชียนซีผลักอีกฝ่ายออกจากตัว ส่งให้อีกฝ่ายเซไปด้านหน้า แล้วรีบวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเลทั้งท่าทีที่เซตุปัดตุเป๋
มองจนมั่นใจว่าสองคนนั้นจะไม่กลับมาอีก เชียนซีจึงได้เก็บปากกาและสนับมือเข้ากระเป๋า แล้วรีบเข้าไปหาคนที่
น่าจะเป็นเหยื่อของสองคนนั้นอยู่ด้านใน
“นายโอเคไหม?” เชียนซีไม่ได้เข้าไปแตะตัวอีกฝ่าย แต่เพียงแค่ก้มตัวลงสังเกตคนที่ยังคงขดตัวอยู่บนพื้น เห็น
ศีรษะทุยนั้นส่ายไปมาเบาๆ เขาจึงได้ถอนหายใจออกมาได้อย่างโล่งอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว งั้นฉันไปนะ” ว่าจบก็หันตัวเตรียมจะเดินออกมา แต่เขาก็กลับถูกเอ่ยรั้งเอาไว้จนต้องหันกลับ
มามอง
“เดี๋ยว!” เชียนซีถูกเสียงนั้นรั้งและเรียกให้หันไปมอง และแล้วเขาก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายคือใคร
อีกฝ่ายคือคนๆ เดียวกับที่เจียงซูซินบอกว่าไม่ควรยุ่งเกี่ยว และก็เป็นคนๆ เดียวกับที่ร้องไห้ในห้องน้ำชายที่
โรงเรียน
เหมือนว่าอีกฝ่ายจะจำเขาไม่ได้ ใบหน้าที่เปรอะเลอะไปด้วยฝุ่นจึงได้ไม่ได้มีความตื่นตระหนกปะปนอยู่ด้วย
“ขอบคุณ…”
“ไม่เป็นไร” ว่าจบเชียนซีก็หันร่างกลับมาทั้งตัว ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าอีกฝ่ายหลังจากที่เห็นว่าอีกฝ่าย
กำลังยันตัวขึ้นนั่งทั้งๆ ที่มือข้างหนึ่งกุมท้องเอาไว้ “ไม่เป็นอะไรจริงๆนะ?”
“อือ แค่โดนอัดท้องนิดหน่อย” ว่าจบก็ส่งยิ้มแห้งๆ มาให้ “ฉันขอบคุณนายมากจริงๆ นะ”
“ไม่เป็นไร ฉันแค่ผ่านมาน่ะ” ว่าจบก็ยักไหล่ ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าเมื่อเห็นใบหน้าสวยของอีกฝ่ายนิ่วเข้าหากัน
“ฉันช่วยนะ”
“ขอบคุณ” เป็นอีกครั้งที่คำขอบคุณดังออกมาจากริมฝีปากบางอิ่มจนเชียนซีต้องส่ายหน้า ก่อนจะช่วยดึงร่างของ
อีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน
“งั้นฉันไป…”
โครก…
“...”
“...”
“เอ่อ…”
“ดูเหมือนว่านายจะหิวนะ” เสียงของอีกฝ่ายเอ่ยทั้งเสียงกลั้วหัวเราะทำให้เขาแอบรู้สึกเก้อนิดหน่อยจนต้องเม้มริม
ฝีปากจนเป็นเส้นตรง แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเดินออกจากตรงนี้อย่างที่ปกติมักจะทำในสถานการณ์ที่ไม่
ชอบอยู่ดี
“พอดีว่ากำลังจะไปหาของกิน”
“งั้นฉันจะเลี้ยงนายตอบแทนดีไหม? ฉันไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใครด้วยสิ”
“จะดีเหรอ…”
“นายช่วยฉันไว้ มันก็ต้องดีสิ”
“อา…”
“ฉันชื่อหวังจวิ้นข่าย” แม้จะยังรู้สึกเสียดที่ท้องนิดหน่อย แต่จวิ้นข่ายก็ยังเลือกที่จะยิ้มให้กับคนตรงหน้าเพื่อไม่ให้
สถานการณ์มันน่าอึดอัดจนเกินไป
“เชียนซี อี้หยางเชียนซี”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะเชียนซี”
“เช่นกัน”
หลังจากที่ออกมาจากซอย หาร้านกินข้าวแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ที่น่าตกใจคือจวิ้นข่าย
พักอยู่ที่หอพักเดียวกับเขา และยังเป็นเจ้าของห้องอีกห้องที่มีคนพักอยู่ที่ชั้นเดียวกับเขาอีกด้วย
อะไรมันจะบังเอิญได้ขนาดนี้กัน…
ที่สำคัญ จวิ้นข่ายดูตกใจมากที่เขาเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับอีกฝ่าย ทั้งยังอยู่ระดับชั้นเดียวกัน แม้จะอยู่กันคนละ
ห้อง แต่ทันทีที่รู้ ใบหน้าของอีกฝ่ายก็หม่นลงทันที
“ทำไมเหรอ?”
“งั้นนายคงได้ยินข่าวลือหมดแล้ว…”
“ข่าวลืออะไร??”
“นาย...ไม่รู้เหรอ??”
“หืม? ฉันเพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนเมื่อต้นเทอมน่ะ เลยไม่รู้เรื่อง ข่าวลืออะไรงั้นเหรอ?” เชียนซีแสร้งตีหน้าซื่อ แม้จะรู้
ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าที่เบาใจลงหลังจากเห็นท่าทีของเขาแล้ว เขาก็คิดว่า
เขาควรจะทำเป็นไม่รู้ต่อไปเพื่อการสานสัมพันอันดีกับเพื่อนใหม่
“ไม่มีอะไรหรอก” จวิ้นข่ายรีบโบกมือไปมาตรงหน้าตนเอง เห็นแบบนั้นแล้วเชียนซีจึงยักไหล่ แล้วก้มหน้าก้มตา
จัดการกับอาหารตรงหน้าต่อ
หลังจากที่เชียนซีจัดการใส่อาหารลงกระเพาะเสร็จ พวกเขาทั้งคู่ก็พากันเดินกลับหอ พอได้เดินข้างกันแบบนี้แล้ว
เชียนซีก็อดที่จะมองสำรวจอีกฝ่ายไม่ได้ รูปร่างของจวิ้นข่ายค่อนข้างบอบบางและอ้อนแอ้น เอวเล็กและมีสะโพก
มองไกลๆก็คงจะเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงได้เหมือนกัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้โดนสองคนนั้นฉุด
เดินเงียบๆ กันมาจนถึงหน้าห้อง ในที่สุดเชียนซีก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้นมาก่อน
“นายเดินคนเดียวอันตราย คราวหน้าเรากลับพร้อมกันดีไหม?”
“บางวันนะ”
“ทำไมล่ะ?”
“ฉันทำงานพิเศษน่ะ”
“อ่า…”
“แต่แค่สี่วันต่อสัปดาห์เท่านั้นล่ะ จันทร์ พุธ ศุกร์ เสาร์”
“งั้นเราแลกเบอร์กันไว้ วันไหนนายทำงาน มาถึงปากซอยแล้วโทรเรียกไหม?”
“จะดีเหรอ…”
“ฉันยอมเดินออกมาดีกว่าต้องมาช่วยนายจากคนเมาหรืออันธพาล”
“อ่า...งั้นเอาสิ” ว่าจบจวิ้นข่ายก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งให้อีกฝ่ายเมมเบอร์ลงเครื่อง ก่อนจะจัดการยิงเข้า
เครื่องของตนเอง
“เรียบร้อย” ว่าจบก็ส่งคืนให้ฝ่ามือเรียวที่ยื่นมือมารับมันไป ริมฝีปากบางอิ่มนั้นจึงยิ้มให้เขาทีหนึ่ง โบกมือเบาๆ สอง
สามครั้งแล้วจึงได้ไขประตูเข้าห้องไป
เชียนซีมองส่งจนบานประตูปิดลง ตัวเขาจึงได้เดินกลับเข้าห้อง นั่งลงหน้าการบ้านอีกสองวิชาที่ยังไม่ได้แตะแล้วก็
ต้องถอนหายใจเฮือก
ชักจะขี้เกียจทำแล้วสิ…
สุดท้าย ความขี้เกียจก็ทำให้เชียนซีตัดสินใจเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง ถือเป็นวันแรกตั้งแต่ที่ย้ายมาเรียนที่นี่ที่เขา
ไม่ได้ทำการบ้านทั้งหมดให้เสร็จในทันที
ดวงตาของเชียนซีมองขึ้นไปบนเพดาน ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมา จดจ้องเบอร์โทรศัพท์ที่เพิ่งจะถูก
เพิ่มเข้ามาในเครื่องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูที่ไม่เคยจะมีใครเคาะดังขึ้น
ก๊อกๆๆ
เชียนซีจัดการวางมือถือเอาไว้ส่งๆ แล้วรีบลุกไปเปิดประตู
สิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกทันทีที่เปิดบานประตู คือขาในรองเท้าสลิปเปอร์กับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าขากว้างคล้าย
กางเกงบอลสีขาว และการแต่งตัวเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เจ้าของหอหรือป้าแม่บ้านแน่ๆ มันทำให้เขาต้องมองไล่
สายตาตามเรียวขาเล็กนั่นขึ้นมา จนในที่สุดเขาก็สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเขาพอดี
คนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือจวิ้นข่าย
“คือว่า ฉันได้การบ้านมาแต่ไม่เข้าใจนิดหน่อย อยากรู้ว่านายพอจะสะดวกอธิบายไหม…” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้
เขาเลื่อนสายตากลับลงมามองของในฝ่ามือเล็ก มันคือหนังสือวิชาคณิตศาตร์และสมุด
มือทั้งสองข้างที่กอดหนังสือเอาไว้กระชับเข้าหากันอย่างรู้สึกประหม่า ครู่หนึ่งที่เชียนซีนิ่งอยู่แบบนั้น และในที่สุด
ก็พยักหน้าเบาๆ
จวิ้นข่ายเผยยิ้มกว้างทันที ทำท่าจะหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดหน้าที่ตนเองไม่เข้าใจ แต่กลับกลายเป็นว่าถูกเชียนซี
คว้ามือเอาไว้เสียก่อน ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปในห้อง
“เข้ามาคุยด้านในเถอะข้างนอกหนาวน่ะ”
แล้วสุดท้ายพวกเขาก็มานั่งจุ้มปุ๊กกันอยู่หน้าโต๊ะญี่ปุ่นที่เจ้าของห้องจัดการกางออกมาเพื่อการณ์นี้โดยเฉพาะ
“ตรงนี้ต้องใช้สูตรนี้แทนค่าแล้วย้ายข้างแบบนี้” ว่าพลางเชียนซีก็ชี้ปากกาลงในกระดาษ “เสร็จแล้วค่อยเอาค่าที่ได้
ไปแทนสูตรนี้ โดยค่าของตัวนี้ต้องคำนวณแยกอีกที แต่มันยังเหลือสองตัวแปร ต้องเอาไปแทนในข้อย่อยอีกข้อ”
“อ่า…” จวิ้นข่ายมองตามปากกาของเชียนซีไปมา แม้สายตายังคงแสดงความไม่เข้าใจออกมาเต็มเปี่ยม แต่เมื่อ
หันมาสบตากับเชียนซีแล้วเขาก็ต้องยิ้มกลบเกลื่อน
“นายเข้าใจหรือเปล่า?”
“ข...เข้าใจสิ!”
“ไหน งั้นลองทำให้ดูหน่อย”
“...” จวิ้นข่ายถึงกับเบ้ปากใส่ทันที สีหน้าตลกๆ นั่นทำให้เชียนซีอดที่จะหัวเราะเบาๆ ออกมาไม่ได้ ทำเอาคนที่มา
ขอให้ช่วยสอนยิ่งเบะปากใส่เข้าไปอีก
“ก็มันยากอ่ะ งงด้วย หลายขั้นตอนขนาดนี้โตไปฉันก็ไม่ได้ใช้หรอก”
“แต่ตอนนี้นายต้องใช้ทำการบ้านกับสอบนะ และคะแนนพวกนี้ก็มีผลกับอนาคตของนายด้วย”
“...” จวิ้นข่ายถึงกับเอาหน้าซุกโต๊ะทันทีอย่างสิ้นหวัง “ทำไมอาจารย์ต้องคิดโจทย์ยากแบบนี้ด้วย”
“ลองทำดูก่อนเถอะน่า มาเร็ว ฉันช่วยสอน”
“งือ…” แม้จะไม่อยากทำแล้ว แต่จวิ้นข่ายก็ยังยอมเงยหน้าบูดๆ ของตนเองขึ้นมาแล้วจับปากกา แต่ยังไม่ทันที่
พวกเขาจะได้เริ่มกันต่อ เสียงแชทมือถือของเชียนซีก็ดังขึ้นจนจวิ้นข่ายชะงัก
ในตอนแรก เขาคิดว่าเชียนซีจะหันไปหามือถือเพื่อดูว่าใครมีอะไรถึงส่งมา แต่กลับไม่ใช่แบบนั้น
เชียนซีเพียงแค่ปรายตามอง แล้วหันกลับมาหาเขา
“ไม่ดูหน่อยเหรอ?”
“ไม่ล่ะ”
Rrrrrr
ยังไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์ของเชียนซีก็ส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมาอีก คราวนี้ถึงขั้นทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันด้วย
ความรู้สึกอารมณ์เสีย คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี
“...”
Rrrrrrrr
แต่โทรศัพท์ก็กลับดังขึ้นอีก…
“เอ่อ….นายรับสายดีกว่าไหม…”
“ฉันไม่อยากรับ”
“...” จวิ้นข่ายเม้มปาก รู้สึกว่าตนเองกำลังจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเขากำลังจะก้มหน้าลงเพื่อดู
โจทย์ เชียนซีก็กลับเอื้อมมือมากำปากกาของเขาเอาไว้เสียก่อน
“นายช่วยอะไรฉันหน่อยได้ไหม”
“หือ?”
“ฉันโดนผู้หญิงคนนึงตามตอแยอยู่ และฉันไม่อยากมีเรื่องกับแฟนของเธอ”
“...”
“แฟนของผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกเจ้าพ่อคนหนึ่งน่ะ”
“อ่า…” แม้จะไม่บอกชื่อ แตคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางข่าวลือในโรงเรียนเช่นจวิ้นข่ายก็ใช่ว่าจะเดาไม่ได้ว่าเป็น
ใคร เขาเคยเห็นเด็กโรงเรียนเขาหลายคนเดือดร้อนเพราะถูกรุมกระทืบอยู่หลายครั้ง และแทบทุกครั้งก็มักจะเป็น
สาเหตุเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อซูซิน
เห็นว่าแฟนผู้หญิงคนนี้หึงโหดไม่เบา…
“คนที่โทรมาคือผู้หญิงเหรอ?” เขาอดที่จะถามออกไปไม่ได้ และก็ได้รับการพยักหน้ารับกลับมา
โทรศัพท์มือถือของเชียนซียังคงแผดเสียงไม่หยุด บางครั้งตัดไปแล้วก็ดังขึ้นอีกในวินาทีต่อมา เห็นได้ชัดว่าถ้าไม่
รับสาย อีกฝ่ายก็จะไม่หยุด
“จะให้ฉันช่วยยังไง?”
“อาจจะฟังดูเกินไป...แต่ช่วยแกล้งทำเป็นแฟนฉันได้ไหม?”
“...” จวิ้นข่ายมุ่นคิ้ว “ถ้าจะทำแบบนั้น...นายจะไม่เดือดร้อนเอาเหรอ?”
“หืม?”
“ฉัน...มีข่าวลือแย่ๆ ที่โรงเรียนนะ…” จวิ้นข่ายเชื่อสนิทใจว่าเชียนซีคงยังไม่รู้เรื่องข่าวลือนั่น “ข่าวลือที่แย่มากๆ…”
“...” เชียนซีไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะเป็นกังวลด้วยเรื่องของเขามากกว่าเรื่องของตนเองแบบนี้ และนั่นทำให้เขายิ่งกำ
ปากกาแน่นขึ้นอีก “แล้วถ้าฉันบอกว่าฉันรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว และฉันไม่สนใจล่ะ?”
คราวนี้ความเงียบถึงกับโรยตัวลงมาอย่างฉับพลัน โดยมีเพียงแค่เสียงโทรศัพท์ที่ยังคงแผดเสียงไม่ได้หยุด ต่าง
ฝ่ายต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ครู่หนึ่งเชียนซีจึงได้ถอนหายใจเบาๆ
“ล้อเล่นน่ะ” ว่าจบก็ละมือออกจากปากกาในมือของจวิ้นข่าย “นายแค่ช่วยทำเป็นแฟนฉันตอนรับสายก็พอ ไม่ต้อง
ทำที่โรงเรียนหรอก”
“อืม…” ในที่สุดจวิ้นข่ายก็พยักหน้ารับแล้วรับเอามือถือของอีกฝ่ายมา เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกคนทีหนึ่ง สูดหายใจ
เข้าลึกๆ แล้วจึงได้กดรับสายแล้วเอามือถือขึ้นมาแนบหู
“ในที่สุดก็ยอมรับสายฉันนะเชียนซี!”
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่ใช่เชียนซี”
“...”
“...”
“งั้นแกเป็นใคร” ความรู้สึกในน้ำเสียงของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปทันที จวิ้นข่ายถึงกับต้องมุ่นคิ้วเข้าหากัน ครู่หนึ่งจึงได้
ทำใจพูดต่อ
“ฉันเป็นแฟนของเขา” ประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้อีกฝ่ายเงียบไป ครู่ใหญ่ๆ กว่าที่อีกฝ่ายจะเอ่ยตอบกลับมา
“แกเป็นใคร เชียนซีไม่มีแฟน ฉันรู้อยู่แล้ว ให้เขามาคุยกับฉัน”
“เขาไม่อยากคุยกับเธอหรอก เลิกทำให้เขาอึดอัดสักที”
“ฉันบอกให้เขามาคุยกับฉัน!”
“เธอนี่ฟังไม่รู้เรื่องสินะ” จวิ้นข่ายมุ่นคิ้ว เหลือบสายตาขึ้นมองเชียนซีทีหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายทำท่าเหมือนต้องการจะฟัง
ด้วย ในที่สุด จวิ้นข่ายจึงได้กดเปิดลำโพงเพื่อให้ได้ยินบทสนทนากันทั้งสองฝ่าย
“แกอย่ามากโกหก ตอแหล! แกเป็นใคร!?”
“ฉันจะไม่พูดซ้ำสองนะ เลิกตามเขาได้แล้ว ถ้าอยากจะตามเขานักก็จัดการกับแฟนตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ อ้อ อย่า
ลืมบอกแฟนเธอด้วยว่าเป็นเธอที่มาตามเขา ไม่ใช่เขาที่มาตามเธอ คุมแฟนตัวเองให้อยู่นะ” ว่าจบจวิ้นข่ายก็จัดการ
ตัดสาย ก่อนจะถอนหายใจพรืด ไม่นึกเลยว่าเขาจะพลลอยรู้สึกอารมณ์เสียไปด้วยแบบนี้
“ขอบใจนะ”
“ฉันพูดไปแบบนั้นจะทำให้นายเดือดร้อนหรือเปล่า?” จวิ้นข่ายเพิ่งจะมานึกได้เอาตอนนี้ว่าการที่เขาพูดออกไป
แบบนั้นอาจทำให้ผู้หญิงนนั้นโกรธแล้วจะทำให้เชียนซีเดือดร้อนเข้า เกิดเป็นแบบนั้นเรื่องราวมันคงยิ่งแย่ลงไปอีก
แต่เชียนซีกลับส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่เป็นไร ฉันจัดการเองได้ ขอแค่เธอเลิกมาตามฉันสักทีก็พอ”
“นายก็ออกจะดูฉลาด ทำไมถึงคิดว่าถ้าเดือดร้อนก็ไม่เป็นไรได้? เกิดเธอไปยุให้ผู้ชายคนนั้นมาทำร้ายนายจะทำ
ยังไง??”
“ก็ถ้ามันจะทำให้ซูซินเลิกตามตอแยฉัน ฉันก็คิดว่าคุ้มอยู่นะ”
“...” จวิ้นข่ายรู้สึกสิ้นคำจะพูด ถอนหายใจอย่างอ่อนใจ แล้วจึงได้ก้มหน้าลงมองโจทย์ตรงหน้าอีกครั้ง
เชียนซีที่เห็นดังนั้นจึงได้หันมาให้ความสนใจกับการสอนคนตรงหน้าต่อ นึกดีใจอยู่นิดหน่อยเมื่อพบว่าหลังจากที่
ช่วยเขาแล้วจวิ้นข่ายไม่ได้พยายามที่จะขอตัวกลับหรือไม่กล้าสบตากับเขา
หวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี…
หลังจากวันนั้นมาก็ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีวี่แววของซูซินที่จะเข้ามาตามตอแยกเขาอย่างเคยเลยตลอดทั้ง
อาทิตย์ มันทำให้เขาพอจะเบาใจลงได้บ้างว่าบางทีสาวเจ้าคงจะเลิกมายุ่งกับเขาแล้ว ส่วนตัวเขาก็กลับบ้านพร้อม
กับจวิ้นข่ายในวันที่อีกฝ่ายไม่ต้องทำงานพิเศษ ซึ่งจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยถามว่ามันเป็นงานอะไร แม้จะต้อง
กลับถึงหอดึกขั้นต่ำอย่างน้อยสี่ทุ่ม แต่เชียนซีก็ยังคงออกไปรับอีกฝ่ายกลับเข้ามาที่หอพร้อมกันอยู่ทุกครั้ง
แน่นอนว่าเขาคิดว่ามันดีแล้วจริงๆ ที่เขาทำแบบนั้น เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องมาคอยนั่งกังวลว่าอีกฝ่ายจะเป็น
อันตรายตอนเดินกลับเข้ามาในซอยเปลี่ยวแบบนี้
ส่วนวันนี้เป็นวันที่จวิ้นข่ายมีทำงานพิเศษ ส่วนตัวเขาต้องอยู่เวรทำความสะอาด นั่นจึงเป็นสาเหตุให้เขาต้องอยู่
โรงเรียนจนถึงห้าโมงเย็นแบบนี้
เด็กหนุ่มเดินไปตามทางเดินที่โล่งสนิท ไม่มีเด็กนักเรียนเดินสวนไปมาเหมือนเวลาพัก กะว่าจะไปล้างมือแล้วตรง
กลับหอ ทว่าขณะที่มือกำลังจะผลักประตูห้องน้ำเข้าไป เสียงจากด้านในก็กลับทำให้เขาชะงักเสียก่อน
“อา...แบบนั้นล่ะ...ดี…”
“อือ…”
“ใช้ลิ้นของนายด้วยสิ”
“อึก...อิ้ม…”
“จวิ้นข่าย...เด็กดี…”
เชียนซีถึงกับตัวแข็งทื่อ เสียงแปลกประหลาดและคำพูดพวกนั้นยังไม่ทำให้เขาชะงักได้เท่ากับสรรพนามที่ได้ยิน
จนอดไม่ได้ที่จะผลักประตูให้แง้มเข้าไป และสิ่งที่เขาเห็นก็ช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานให้เขาได้เป็นอย่างดี
ในห้องน้ำตอนนี้มีผู้ชายอยู่ในนั้นด้วยกันสองคน คนหนึ่งเป็นอาจารย์ที่เขาจำได้เลาๆ ว่าเป็นอาจารย์ประวัติศาสตร์
ที่เขาไม่เคยเรียนด้วย อีกฝ่ายกำลังยืนพิงกับตัวเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ขณะที่กางเกงถูกปลดลงมากองอยู่บริเวณ
ต้นขา สายตาฉ่ำเยิ้มนั่นหลุบลงมาร่างแบบบางของเด็กผู้ชายที่คุกเข่าอยู่กับพื้น ฝ่ามือใหญ่วางแนบอยู่บนกลุ่มผม
ของอีกฝ่าย ขณะที่คอยดันหลังศีรษะของอีกฝ่ายให้ขยับเข้าไปหาร่างกายขของตนเองอยู่เป็นระยะ
ท่าทางที่ได้เห็น ไม่จำเป็นต้องเดาก็ดูออกว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไรกัน…
แต่ที่ทำให้เขารู้สึกแย่ยิ่งกว่าก็คือการที่เขามองเห็นเสี้ยวหน้าหวานของคนที่คุกเข่าอยู่กับพื้น
คนๆ นั้นคือหวังจวิ้นข่าย…
ข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริง แม้ตอนแรกจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และคิดว่าหากเป็นเรื่องจริงเขาก็คงจะทำเป็นไม่สนใจไป
ได้ แต่เมื่อได้มาเห็นกับตา ตัวเขาก็กลับยังอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้อยู่ดี
“เอาล่ะ พอได้แล้ว” อาจารย์คนนั้นเอ่ยทั้งๆ ที่เสียยังคงแหบพร่า เขามองเห็นฝ่ามือใหญ่นั่นรั้งแขนเล็กของจวิ้น
ข่ายขึ้น แทบจะกระชากเสื้อนักเรียนออกจากตัวของร่างบางด้วยสายตาได้แล้วด้วยซ้ำ โชคดีที่อีกฝ่ายเพียงแค่
พลิกให้ร่างแบบบางนั่นนั่งลงเหนืออ่างล้างหน้าแล้วดันแผ่นหลังของจวิ้นข่ายให้พิงเข้ากับกระจกทางด้านหลัง
แต่สิ่งที่เขาได้เห็นหลังจากนั้นกลับแทบจะทำเส้นสติของเขาขาดผึง
กางเกงนักเรียนของจวิ้นข่ายถูกถอดแล้วโยนทิ้งลงกับพื้น กระดุมเสื้อนักเรียนถูกปลดออกอย่างรีบร้อนด้วยมือของ
อาจารย์หนุ่มคนนั้น ก่อนจะลูบคลำเคล้าคลึงกับเนื้อขาวอยู่เพียงไม่กี่วินาที ขาทั้งสองข้างของจวิ้นข่ายก็ถูกแยก
ออกแล้วถูกแทรกเข้าไปด้วยร่างของอีกฝ่ายเสียแทน
“อ๊า!”
“เบาๆ สิ เดี๋ยวก็มีใครมาได้ยินเข้าหรอก”
“อึก...อา…ฮ…!”
สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่ดวงตาคู่สวยที่คลอไปด้วยน้ำตานั่นเลื่อนมาสบเข้ากับเขา ดวงตาของจวิ้น
ข่ายเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำเป็นใคร แต่แล้วร่างทั้งร่างก็กลับต้องผวาเฮือกไปกับแรง
กระแทกที่ร่างกายกำลังได้รับ มันรุนแรงจนหัวของเขาคลอนไปหมด แต่ในสมองของเขากลับราวกับถูกช็อต เขา
ไม่อาจจะละสายตาออกจากร่างของเชียนซีได้เลยสักนิดเดียว
เชียนซีเห็นแล้ว...เห็นสิ่งที่เขาพยายามจะไม่ยอมรับมันมาโดยตลอด...พยายามที่จะคิดว่ามันเป็นเพียงฝันร้ายตื่น
หนึ่ง…
เชียนซีเห็นมัน...ทั้งหมด…
แม้ตอนนี้จวิ้นข่ายจะรู้สึกอยากวิ่งออกไปรั้งอีกฝ่ายเอาไว้และอธิบายเท่าไหร่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกลับทำให้เขา
ทำได้เพียงมองอีกฝ่ายที่กำลังค่อยๆ ถอยห่างออกไป
และไม่รู้เพราะอะไร...เขาถึงได้รู้สึกวูบโหวงในอกจนไม่อาจแม้แต่จะทนกลั้นน้ำตาได้ไหว…
...เขา...ไม่อยากจะให้เชียนซีรู้เรื่องนี้…
------------------------------- #ficLustQK ---------------------------------
เอาพาร์ทแรกมาลงให้ก่อนจ้าาา ไว้พาร์ทสองจะตามมาทีหลังเน้อ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น