[SF QianKai] Hate 4 [End]
เพื่ออรรถรสในการอ่าน แนะนำให้อ่านพาร์ทอื่นๆก่อนสำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านนะคะ
ใครๆ ก็ล้วนบอกว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม…
แต่ทำไมกับพวกเขา ความรักมันจึงได้เจ็บปวดนัก…?
พวกเขาทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า เหตุใดความรักจึงได้นำมาแต่ความโศกเศร้าเจ็บปวด?
เหตุใดจึงได้เกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นกับพวกเขา?
พวกคุณ...พอจะตอบได้ไหม…
ตอนที่รู้เรื่องว่าจวิ้นข่ายหนีไปจากเขาอีกครั้ง ก็เป็นตอนที่เชียนซีกลับไปถึงที่บ้านด้วยความรู้สึกหัวใจพองโตอย่างคาดหวัง ทว่าความ
รู้สึกนั้นก็แทบจะมลายหายไปในพริบตาเมื่อภายในบ้านหลังนั้นไม่ได้มีคนที่เขาเฝ้าคอยหวังอยากจะพบหน้าอย่างที่คิดจินตนาการเอา
ไว้...
ความหวังที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งแรกที่เขาเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือใบหน้าของหวังจวิ้นข่าย คือดวงตาคู่สวยที่จ้องตรงมายังเขาด้วยความรู้สึก
ตื่นตระหนกปนยินดีอย่างสุดแสน...กลับมลายหายไปราวกับสายลมเพียงวูบหนึ่ง…
“ทำไมนายถึงไม่ยอมบอกฉัน” เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงกรุ่นโกรธถูกใช้พูดกับหวังหยวน ทว่าสิ่งที่ได้ตอบกลับมากลับมีเพียงการที่ร่าง
เล็กก้มหน้าไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งนั่นทำให้เชียนซียิ่งรู้สึกอารมณ์เสียมากยิ่งกว่าเดิม ร่างของประธานยังหนุ่มเดินวนไปมาเพื่อสงบสติ
อารมณ์ของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดอารมณ์ของเขาก็เย็นลงได้บ้าง แม้จะไม่ได้มากมายนักก็ตาม
“เตรียมรถให้ฉัน ฉันจะออกไปข้างนอก”
“แต่...ท่านประธาน…”
“นี่คือคำสั่ง”
ไม่บ่อยนักที่เชียนซีจะใช้วิธีนี้บีบให้หวังหยวนทำตามที่เขาต้องการ ร่างเล็กจึงทำได้เพียงค้อมให้เชียนซีทีหนึ่งแล้วออกไปจากห้อง
ปล่อยให้เชียนซีได้อยู่กับตัวเองสักพักก่อนจะขับรถออกไปเพียงลำพัง
...ฟ้ามืดแล้ว...
ดวงตาคู่สวยละออกจากท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มก่อนจะถอนหายใจเฮือกหลังจากที่เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ในมือของจวิ้นข่ายถือถุง
พลาสติกที่ใส่พวกอาหารสำเร็จรูปและขนมปังรวมถึงนมสำหรับหลายมื้อเอาไว้สำหรับพรุ่งนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ได้ทำงานอีกแล้วหลัง
จากที่หยุดไปเป็นเดือนๆ ในตอนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เขามีจึงต้องอาศัยจากเงินเก็บที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ทว่าสำหรับเขาแล้วชีวิตตอนนี้
ยังดีกว่าเมื่อก่อนที่ต้องทำงานกลางคืน ขายงานบริการด้วยร่างกายเสียอีก ต่อให้เงินขาดมือจนอดตาย เขาก็คิดว่าอย่างน้อยมันก็คุ้มค่า
เพราะอย่างน้อย...เขาก็ไม่อยากจะให้ร่างกายของเขาแปดเปื้อนไปมากกว่านี้แล้ว…
ฝ่ามือเรียวกุมถุงพลาสติกในมือแน่นเพื่อเป็นการสัญญากับตัวเอง อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากจะทำให้ความรู้สึกของเขาที่มีต่อเชียนซีมันดู
ไร้ค่าไปมากกว่านี้ ต่อให้ไม่ได้อยู่ข้างๆ เขาก็ยังหวังว่าความรู้สึกนี้จะไม่ถูกทำให้แปดเปื้อนด้วยน้ำมือของเขาเอง
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เดินไปไหนไกล ร่างโปร่งบางก็จำต้องชะงักขาของตัวเอง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติ
ไปจากที่เคย…
มีคนท่าทางแปลกๆ ยืนหลบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แม้จะไม่ได้เป็นที่สะดุดตาสำหรับคนทั่วไป ทว่าสำหรับคนที่อยู่แถบนี้มานานย่อมรู้ดีว่า
บริเวณนี้ปกติไม่ได้มีคนเดินพลุกพล่านมากมายอะไร มีใครแปลกหน้ามาย่อมรู้กันดีในหมู่คนในพื้นที่ ทว่าช่วงสองสามวันมานี้ เขา
รู้สึกว่าจะมีคนท่าทางแปลกๆ ตามเขาไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย…
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากัน ในสมองกำลังหาทางหนีทีไล่ให้กับตนเอง สุดท้ายแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา ทำทีเป็น
พิมพ์ข้อความคุยกับใครบางคนแล้วเดินผ่านคนพวกนั้นไปอย่างเงียบๆ
และเป็นอย่างที่เขากังวล คนพวกนั้นเดินตามเขามา…
สองสามวันมานี่ ท่าทางว่าคนพวกนั้นจะตามเขาจนเข้าใกล้ที่อยู่อาศัยของเขาเข้าไปทุกที ไม่รู้หรอกว่าเป้าหมายของคนพวกนี้คืออะไร
แต่สำหรับคนที่เคยทำงานกลางคืนมาย่อมต้องหาทางป้องกันตัวเองโดยสัญชาตญาณเมื่อเจอเรื่องแบบนี้ ดังนั้นในตอนที่เขาเดินเลี้ยว
ตรงหัวมุม ลำขาเรียวก็ตัดสินใจวิ่งทันที
“ตาม!”
เสียงตะโกนจากทางด้านหลังทำให้จวิ้นข่ายรู้สึกขนลุกซู่ เมื่อลองหันกลับไปมองเขาก็เห็นผู้ชายในชุดสีดำหลายคนกำลังวิ่งตามเขามา
เสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังตรงเข้ามาบีบให้หัวใจของเขาเต้นถี่เร็วแรงจนร่างโปร่งเหนื่อยเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ทว่าจวิ้นข่ายกลับรู้สึกว่า
หากเขาหยุดขาตัวเองเมื่อไหร่ เรื่องจะไม่จบเพียงแค่ถูกรีดเงินแน่ๆ
ทำอย่างไร...จะทำอย่างไรดี…
น่าเสียดายที่แถบนี้ไม่มีที่ให้หลบ ทางเดียวที่จะทำได้มีเพียงกลับไปที่บ้านแล้วล็อกประตูให้แน่นหนา อาจจะต้องอยู่ในบ้านอย่างเดียว
ไปสักพักเพื่อตัดปัญหา…
คิดได้ดังนั้น ลำขาเรียวยาวก็สับเร็วขึ้น โชคดีที่จากตรงนี้ห่างจากบ้านของเขาไม่มาก แม้คนพวกนั้นจะรู้บ้านเขาเขาก็ไม่สนใจแล้ว อย่าง
น้อยก็ยังดีกว่าโดนจับเสียตั้งแต่ตอนนี้
ปึง!
ประตูบ้านถูกปิดพร้อมลงกลอนอย่างแน่นหนา ลมหายใจหอบสะท้านของคนๆเดียวในบ้านดังสะท้อนไปมาในสถานที่โล่งๆชัดเจน
ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมาเสียงประตูถูกทุบจนแทบจะพังก็กลับดังขึ้นให้คนที่คิดว่าจะหนีพ้นแล้วสะดุ้งสุดตัว รีบถอยห่างออกมาจากบาน
ประตูที่สั่นรุนแรงจนไปติดกับกำแพงอีกด้าน
“เสียงดังอะไรกัน รบกวนชาวบ้าน!!!”
เสียงตะโกนจากเพื่อนบ้านทำให้เสียงทุบประตูอย่างเป็าบ้าเป็นหลังหยุดลงพร้อมเสียงสบถเบาๆจากด้านนอก ทว่าเหมือนว่าคนพวก
นั้นจะยังไม่ได้คิดจะไปไหน เสียงฝีเท้าที่เดินไปรอบๆ ย่ำพื้นดินโล่งเตียนหน้าบ้านของเขานั้นยังคงชัดเจนมาให้ได้ร่างบางได้ยิน ซึ่ง
สำหรับเรื่องเช่นนี้ จวิ้นข่ายเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรับมือกับมันอย่างไร
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น…” เสียงผะแผ่วดังออกมาจากริมฝีปาก ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะมีคำตอบกลับมาให้เขาได้ เขาทำได้เพียงแค่
เก็บความสงสัยและกังวลเอาไว้กับตัว คาดว่าคืนนี้ทั้งคืนคงไม่ได้นอนแน่หากยังต้องคอยระวังระแวงพวกคนด้านนอกอยู่อีก...
“รายงานนายหรือยังวะ!?” เสียงคุยจากด้านนอกทำให้ความคิดของจวิ้นข่ายหยุดชะงัก ไม่รู้ว่าจะขอบคุณกำแพงผุๆบางๆของบ้านหรือ
อย่างไรดี ทว่าอย่างน้อยๆจวิ้นข่ายก็หวังว่าเขาจะได้ยินว่าคนพวกนั้นจะรีบๆจากไปเสียที
“เรียบร้อยแล้ว นายบอกให้กลับกันก่อน นายจะจัดการเอง”
สิ้นคำ เขาเหมือนจะได้ยินเสียงแว่วๆดังมากอีก ทว่ามันก็เบาเกินกว่าที่จะได้ยินผ่านกำแพงเข้ามาได้ เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆห่างออกไปหลัง
จากนั้นเรียกให้ร่างโปร่งบางถอนหายใจเฮือกออกมาหลังจากที่แทบจะกลั้นใจฟัง อย่างน้อยๆก็มั่นใจได้แล้วว่าคืนนี้จะไม่มีเรื่องให้เขา
ต้องรู้สึกระทึกขวัญอีกเป็นครั้งที่สอง
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ถอนหายใจออกมาได้หมดปอดดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเรียกให้ร่างของจวิ้นข่ายแข็งเกร็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเหลือบมองไปทางบานประตูที่ยังคงส่งเสียงเบาๆตามการเคาะของคนด้านนอกไม่หยุด
“เสี่ยวข่าย อยู่หรือเปล่า” ทว่าเสียงที่ดังอยู่ที่หน้าประตูกลับเรียกให้หัวใจของร่างบางบีบรัดเจ็บปวดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้…
เสียงของเชียนซี…
“เสี่ยวข่าย ถ้าอยู่ ช่วยเปิดประตูทีเถอะนะ”
เสียงของเชียนซีช่างฟังดูเว้าวอนจนจวิ้นข่ายแทบจะลุกออกไปเปิดประตูให้ตามคำขอนั้นอยู่แล้ว ในใจคล้ายจะมีความตื่นเต้นยินดีผุด
ขึ้นมา ดีใจที่เชียนซีมาหา ดีใจที่เชียนซี...ไม่ได้เกลียดเขาจริงๆ…
หากแต่ว่าเขากลับตระหนักได้ว่าคนพวกนั้นอาจจะยังส่งคนมาจับตามองเขา หากเป็นเช่นนั้นจริง...ไม่เท่ากับเขาทำร้ายเชียนซีทางอ้อม
หรอกหรือ...
ไม่ได้...จะให้เชียนซีมาพลอยเดือดร้อนไปด้วยไม่ได้ เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้ว แค่สิ่งที่อีกฝ่ายทำให้เขามามันก็มากพอแล้ว มากพอแล้ว
จริงๆ เขาไม่ต้องการดึงเชียนซีให้เข้ามาเสี่ยงอีก ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เกิดคนพวกนั้นที่ตามเขามาเป็นพวกของคนที่เชียนซีเพิ่งจะฟ้องไป
ล่ะ แม้จะได้รับการตัดสินไปแล้ว แต่คนที่ถึงขั้นฆ่าคนปิดปากแล้วลอยนวลมาได้หลายปีจะเป็นไปได้เหรอที่จะเป็นคนที่ไม่มีอำนาจ
อะไรเลย แค่คนทำรับโทษ ไม่ได้แปลว่าคนสั่งจะได้รับโทษไปด้วย เกิดเป็นเช่นนั้นจริง บางทีคนพวกนั้นคงคิดจะมาฆ่าเขาอีกคน…
ถึงขั้นยิงเชียนซีจนเกือบตายมาแล้ว แล้วจะมาประสาอะไรกับคนอย่างเขา…
ไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ดึงเชียนซีเข้ามาอีกไม่ได้ จะดึงคนที่ยังคงมีอนาคตมาตายไปด้วยไม่ได้…
สุดท้ายแล้วร่างบางก็ทำได้เพียงกุมมือทั้งสองข้างของตนเองเข้าหากันแน่น ได้แต่นั่งฟังเสียงของเชียนซีพร่ำพูดให้เขายอมออกไปพบ
หน้า ซึ่งหากเป็นก่อนหน้านี้ที่เขาจะรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง เขาคงจะยอมใจอ่อนไปแล้ว
...เพราะการกลับไปอยู่ข้างเชียนซีคือสิ่งที่หัวใจของเขาเรียกร้อง ทว่าในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว...เขายังจะทำอะไรได้อีก…
“กลับไปกับฉันเถอะนะเสี่ยวข่าย…”
เสียงกระซิบแนบบานประตูดังเข้ามาในหูของเขาชัดเจน ความรู้สึกทั้งหน่วงทั้งปวดในใจแล่นเข้าปะทะร่างกายทันทีที่ได้ยินเสียงและ
คำพูดเช่นนั้นของเชียนซี ทว่าร่างบางก็ทำได้เพียงรั้งตัวเองเอาไว้กับที่เท่านั้น
“ฉันกลับไปไม่ได้ ฉันกลับไปกับนายไม่ได้…” เสียงที่จวิ้นข่ายใช้นั้นเบาหวิวจนแม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นคนพูดก็ยังแทบจะไม่ได้ยิน ใน
ใจได้แต่หวังว่าเชียนซีจะรีบจากไปเร็วๆ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวแล้วเปิดประตูออกไป หากเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้
จริงๆว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือหากเกิดอะไรขึ้นกับเชียนซีจริงๆ...เขาคง...ไม่มีวันยกโทษให้ตนเองแน่…
“เสี่ยวข่าย...ฉันอยากให้นายกลับไปอยู่ข้างๆฉัน แค่นายเท่านั้น ได้โปรด...เปิดประตูออกมาคุยกันหน่อยเถอะนะ” เสียงของเชียนซียิ่ง
ทำให้จวิ้นข่ายรู้สึกอยากจะทำตามหัวใจของตัวเอง ทว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อยากจะให้เชียนซีต้องเดือดร้อนอีกแล้ว...ไม่เอาอีกแล้ว...
จวิ้นข่ายยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างของตนเองทั้งๆที่ในใจอยากจะฟังอยากจะตอบกลับคนที่อยู่ด้านนอกแทบขาดใจ ทว่าแม้จะทำขนาด
นี้แล้วเสียงของเชียนซีก็ยังคงลอยมาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ ให้จวิ้นข่ายต้องเม้มปากแน่นหวังจะให้ตนเองใจแข็งพอเพื่อตัวของเชียนซี
เอง...เพื่อคนที่เขารักเอง…
พักใหญ่ๆ กว่าที่เสียงจากหน้าประตูของเชียนซีจะเงียบลงพร้อมเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ห่างออกไป ทว่าจวิ้นข่ายกลับไม่อาจที่จะยินดีได้
ออก ได้แต่เพียงคิดปลอบตนเองเงียบๆ ว่ามันดีแล้ว...ดีแล้วที่เชียนซีไปซะ และเขาไม่ได้ลากอีกฝ่ายเข้ามาเสี่ยงด้วยอีก…
ดีแล้ว…
สี่วัน อาหารทั้งหมดเท่าที่เขามีพอให้เขาประทังอยู่ในบ้านโดยไม่ออกไปไหนได้เพียงสี่วันเท่านั้น ทว่าครั้นคิดที่จะออกไป เพียงแค่
ชะเง้อหน้าไปที่หน้าต่าง จวิ้นข่ายก็มองเห็นคนหลายคนมายืนเฝ้าอยู่เต็มหน้าบ้านเขาแล้ว หากออกไปก็มีแต่จะถูกจับ ซึ่งเขาเองก็นึก
ภาพไม่ออกเหมือนกันว่าหากเป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แล้วเขาจะทำเช่นไรต่อไป
แต่เขาจะทนอดอาหารไปได้อีกนานเท่าไหร่กัน แม้แต่น้ำเองก็ยังไม่เหลือแม้สักหยดให้ดื่ม น้ำที่เชื่อมเข้ามาในบ้านก็เป็นน้ำใต้ดิน ไม่
สะอาดพอจะให้เอามาใช้ดื่ม หากเขายังจะดันทุรังอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายเขาก็คงจะอดตายอยู่ดี…
ถูกบีบให้ไร้ทางเลือกแล้วจริงๆ…
สุดท้ายแล้วจวิ้นข่ายก็จำต้องเปิดประตูออกเมื่อทนมาจนถึงขีดสุด ทว่าสิ่งที่ได้เห็นกลับทำให้ร่างแบบบางของเขาสะท้านเฮือก เมื่อสิ่งที่
รอเขาอยู่หลังบานประตูคือร่างสูงอ้วนป้อมของหลินหวัง
“ในที่สุดก็ยอมออกมาหาเสี่ยแล้วเหรอ เสี่ยวข่าย…” น้ำเสียงของอีกฝ่ายแค่เพียงได้ยินจวิ้นข่ายก็แทบจะรับรู้ได้ถึงวัตถุประสงค์ของอีก
ฝ่ายในทันที ไม่มีแม้โอกาสจะได้หนีไปไหน เพียงแค่รีบก้าวถอยเข้ามาในบ้านหวังจะงับประตูปิด บานประตูก็ยังถูกคว้าเอาไว้ด้วย
ฝ่ามือใหญ่ยักษ์ของอีกฝ่ายด้วยท่าทีไม่ยากเย็น ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ยื้อยุดใดๆ หลินหวังก็กระชากบานประตูจนเปิดออก ให้ร่าง
โปร่งเซเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ
ต้นแขนบางถูกคว้าหมับ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกกระชากเข้าไปใกล้อีกฝ่าย กลิ่นเหม็นหืนจากร่างหนาอ้วนของหลินหวังทำให้เขารู้สึก
สะอิดสะเอียนจนเกินทานทน
“ส...เสี่ยครับ…นี่นอกเวลางาน...” แม้จะพยายามทำทีเป็นไม่ได้รู้สึกอะไร ทว่าในใจของจวิ้นขายกลับรู้ดีว่าเขากำลังแย่ และสิ่งที่กำลัง
ทำอยู่ก็เพียงแค่ประวิงเวลา ไม่ใช่ทางออก…
“นอกเวลางานแล้วยังไงล่ะหืม? เสี่ยวข่าย อย่าดื้อเลย เสี่ยไม่อยากจะทำร้ายของสวยๆ งามๆ หรอกนะ”
มันเป็นคำขู่ คำขู่ที่แสดงชัดเจนถึงสิ่งที่อีกฝ่ายจะทำ มันส่งให้ริมฝีปากบางอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ได้ยินหลินหวังหันไปสั่งให้ลูกน้อง
กลับไปก่อน เขาก็รู้แล้วว่าหากอีกฝ่ายเริ่มเมื่อไหร่...มันคงไม่ง่ายที่จะออกไปอีก…
คิดมาถึงตรงนี้จวิ้นข่ายก็ไม่อาจจะทนอยู่เฉยๆ ได้อีก ร่างโปร่งบางรวบรวมแรงทั้งหมด เตะเข้าที่เป้าของอีกฝ่ายสุดแรง จนเรียกเสียง
ร้องเสียงหลงจากอีกฝ่ายได้สำเร็จ พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ปล่อยต้นแขนของเขาในที่สุด รีบสับเท้าวิ่งออกไปนอกบ้าน ด้วยหวังจะ
อาศัยตอนที่แต่ละคนกำลังตกตะลึงหนีออกมา ทว่าทันทีที่เสียงคำรามลั่นของหลินหวังดังขึ้น ความหวังทั้งหมดของเขาก็ดับวูบลงใน
พริบตา
“จับมันไว้!!!”
“!!!?”
พริบตาเดียวเท่านั้น ร่างของจวิ้นข่ายถูกรวบแล้วกดลงกับพื้นโดยไม่แม้แต่จะได้ทันตั้งตัว แรงกดทับที่ตอกลงบนมือส่งตรงลงมาจนถึง
กลางหลังทำให้เขาเจ็บจนราวกับกระดูกกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ จำต้องกัดฟันแน่นเพื่อไม่ให้เผลอร้องออกไป
“ลากมันเข้ามา!!” เสียงกราดเกรียวของหลินหวังทำให้จวิ้นข่ายรู้สึกขนลุกไปทั้งสรรพางค์กาย ทว่าร่างของเขาก็กลับถูกยกขึ้นลากกลับ
เข้าไปในบ้านได้อย่างง่ายดาย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กินเวลาไม่ถึงนาที ร่างของเขาก็กลับลงมานอนอยู่บนฟูกพร้อมกุญแจมือที่ตรึง
มือทั้งสองข้างของเขาไพล่หลังเอาไว้อย่างไร้ทางหนี
ร่างหนาใหญ่ของหลินหวังขยับขึ้นคร่อมร่างของเขา พร้อมกดไหล่แบบบางทั้งสองข้างแนบลงกับฟูกนอน ใบหน้าที่มีแต่ไขมันเต็มไป
ด้วยความโกรธที่ทำให้คนที่ตกเป็นเบี้ยล่างรู้ตัวว่าไม่มีทางที่จะหนีไปไหนได้พ้น...
เพี๊ยะ!!
ใบหน้าเรียวหันไปตามแรงตบ รอยแดงปรากฏฉาบซีกหน้าจนชาดิก ในปากถูกกลบไปด้วยกลิ่นสนิมเหล็กที่อวลขึ้นมาถึงในจมูก
กลิ่นฉุนปนเจ็บที่ได้รับทำให้คิ้วของจวิ้นข่ายขมวดเข้าหากันมุ่นไปหมด ก่อนที่ใบหน้าสวยจะถูกฝ่ามือใหญ่ยักษ์ที่มีแหวนสวมอยู่
เกือบครบทุกนิ้วจับบีบให้หันกลับมาสบสายตากับดวงตาเล็กตี่นั่น
“ฉันบอกแล้วว่าไม่อยากจะทำร้ายของสวยๆ งามๆ แต่แกก็บังคับฉันเอง หวังจวิ้นข่าย” ชื่อของเขาที่หลุดออกมาจากปากของหลินหวัง
ยิ่งทำให้ร่างทั้งร่างของเขาสะท้านเฮือก เขาไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะถึงขั้นรู้ชื่อของเขา ทว่าสิ่งที่หลุดออกมาหลังจากนั้นกลับน่าตื่นตระหนก
ยิ่งกว่า “แกมันก็ดื้อด้านพอๆ กับพ่อแม่ของแกนั่นล่ะ ดีดดิ้นทั้งๆ ที่ไม่มีทางทำได้ โง่สิ้นดี สุดท้ายก้เลยได้ตายอย่างโง่ๆ สมใจ”
“ท...ที่แท้...ที่แท้ก็เป็นแก...แกฆ่าพ่อแม่ฉัน!!!”
“ไม่...ไม่ ฉันไม่ได้ฆ่าพวกมัน พูดให้ถูก พวกมันต่างหากที่ฆ่าตัวเอง ติดเงินแล้วคิดจะเบี้ยว คิดว่ากำลังเล่นอยู่กับใครกัน”
“แก...ไอ้สารเลว!!!”
“ปากดีนัก ดูซิว่าจะปากดีได้ถึงไหนกัน!!!” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยไขมันของหลินหวังแทบจะปกปิดความอยากกระหายเอาไว้ไม่อยู่ มัน
ขยับเข้าซุกไซร้ลงกับซอกคอของเขาจนขนอ่อนบริเวณต้นคอของเขาลุกชันด้วยความรู้สึกขยะแขยง แต่ไม่ว่าจะพยายามดิ้นเท่าไหร่
ฝ่ามือใหญ่ที่กดอยู่กับไหล่ของเขาก็คอยทำหน้าที่ราวกับคีมเหล็กไว้ได้อย่างดีเสมอ แรงจากมือทั้งสองข้างที่กดลงบนไหล่ของเขาทำให้
เขาเริ่มเจ็บจนต้องนิ่วหน้า ทว่าความขยะแขยงยิ่งกว่ากลับแทรกเข้ามาในความรู้สึกจนเขารู้สึกอยากจะกรีดร้องให้ลั่นเมื่อทันทีที่ฝ่ามือ
ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายละออกไป เสื้อของเขาก็ถูกฉีกออกอย่างไร้ความปราณี
ผิวเนื้อปะทะเข้ากับอากาศเย็นทันทีที่เสื้อขาดออกจนร่างแบบบางสะท้านเฮือก ไม่มีแม้แต่โอกาสจะให้ร้องหาคนช่วย ใบหน้าที่เมื่อครู่
ซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอของเขาก็เลื่อนลงไปตามร่างกายของเขาแล้ว ขณะที่มืออีกข้างถูกยกกลับขึ้นมารั้งไหล่ของเขา มือข้างที่เหลือกลับ
เริ่มดึงกางเกงของเขาจนร่นลงไป
จวิ้นข่ายพยายามแล้ว พยายามที่จะบิดตัวปกป้องตนเอง แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายแล้วกางเกงทั้งหมดก็ยังถูกรูดออกไปได้อย่าง
หน้าตาเฉย
ฝ่ามือใหญ่หยาบลูบไล้ไปตามต้นขาของเขา เนื้อสัมผัสเนื้อยิ่งทำให้จวิ้นข่ายขยะแขยงเกินทานทนจนอทบอยากจะกลั้นใจตายไปเสีย
ตรงนี้ ในใจหวังแต่ว่าจะมีใครสักคนมาช่วยเขาออกจากสภาพแบบนี้ ทว่าไม่ง่ายเลย…
ใครจะมาช่วยเขาได้...ใครที่จะสามารถจัดการกับผู้ชายสกปรกตรงหน้าเขาได้...ใครที่จะทำแบบนั้นได้บ้าง…
คำตอบนั้นมีอยู่ในใจ...เพียงแต่เขาไม่อยากจะให้อีกฝ่ายต้องมาเสี่ยงเพื่อเขาอีก…
“หอม...หอมไปทั้งตัว…” น้ำเสียงอยากกระหายแหบแตกไม่น่าฟังของหลินหวังยิ่งทำให้จวิ้นข่ายแทบจะทนอดกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ทุก
สัมผัสชัดเจนเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการให้เป็นเพียงฝันร้ายได้ แม้จะพยายามหลับตาหวังเพียงให้มันจบๆ ไปโดยที่เขาจะไม่มอง ทว่า
สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นไปไม่ได้เมื่อเรียวขาถูกยกขึ้น ร่างแบบบางก็สะท้านเฮือก ดวงตาคู่สวยถูกเปิดขึ้นเพื่อที่จะได้มองเห็นว่าใบหน้าน่า
รังเกียจของหลินหวังกำลังดอมดมไล่จูบเลียไปทั่วร่างของเขาอย่างไร สัมผัสอันแสนน่าขยะแขยงส่งให้ร่างกายของเขาหาทางหนีรอด
อีกครั้ง
พลั่ก!
ขาเรียวถูกยกขึ้นถีบใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรงโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ก่อนที่ร่างที่แทบจะเปล่าเปลือยของเขาจะพลิกตัวหวังจะลุก
ขึ้นหนีทั้งๆที่มือทั้งสองข้างยังคงไร้ซึ่งอิสระ ในหูยังคงได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังมาจากหลินหวัง และเขาก็หวังว่ามันจะดังอยู่แบบนั้น
นานมากพอให้เขาหนี
...ซึ่งมันไม่มีทางเป็นจริง
หลินหวังโกรธเกรี้ยวจนพูดไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนที่ลืมตาขึ้นมาเห็นว่าจวิ้นข่ายกำลังพยายามตะเกียกตะกายจะหนีไป ฝ่ามือใหญ่ก็ยื่นออก
ไปรั้งข้อเท้าที่จับทีเดียวก็ล้อมได้รอบ บีบสุดแรงแล้วดึงร่างแบบบางนั้นกลับเข้ามาจนได้ยินเสียงร้องอย่างตื่นตระหนกออกมาจากริม
ฝีปากบางอิ่มนั่น ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้มีอารมณ์สุนทรีย์ขนาดที่จะมานั่งฟังเสียงของจวิ้นข่ายอีกแล้ว
“พยศนักใช่ไหมฮะ!!!?” ร่างของหลินหวังราวกับกลายเป็นปีศาจ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งขึ้นสูงจนต้องหาที่ระบายออกผ่านฝ่ามือที่ชกต่อย
ตีลงบนร่างของจวิ้นข่ายที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะขดตัวปกป้องตนเอง ทุกครั้งที่ขาทั้งสองข้างของจวิ้นข่ายจะหดเข้าหาตัว หลินหวังก็จะฝืน
ลากมันออกมาให้เหยีดตรงดังเดิม แรงฉุดกระชากนั้นแทบจะทำให้จวิ้นข่ายรู้สึกเหมือนขากำลังจะถูกฉีกขาด
“อั่ก!” ยิ่งถูกทุบตีมากเท่าไหร่ ร่างกายของเขาก็ยิ่งสิ้นเรี่ยวแรงมากเท่านั้น หมัดของอีกฝ่ายรุนแรงจนเพียงแค่หวดลงมาบนหน้าของเขา
ทีเดียวก็แทบจะพรากสติของเขาไปอยู่แล้ว ยังไม่รวมตามร่างกายที่อีกฝ่ายคงทุบตีไปมั่วๆ จนบางจุดก็เกิดปริแตกส่งเลือดออกมา
กว่าหลินหวังจะหยุด สติของจวิ้นข่ายก็แทบจะถูกพรากไปจนหมด ทำได้แต่เพียงนอนนิ่งๆ หอบหายใจทั้งๆที่รอยช้ำและเลือดเต็มตัว
เจ็บปวดไปหมดทั้งตัวจนแม้แต่ตอนที่หลินหวังหันกลับมาแยกขาทั้งสองข้างของเขาออกจากกัน จวิ้นข่ายก็ทำได้เพียงใช้แรงที่หลง
เหลืออยู่น้อยนิดขืนเอาไว้เท่านั้น แทบจะไร้ผลใดๆ จนอีกฝ่ายสามารถแทรกตัวเข้ามาที่หว่างขาเขาได้ในที่สุด
“แกจะได้รู้ว่าที่แกทำแบบนี้โทษมันจะเป็นยังไง” ว่าพลางรอยยิ้มแสยะก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากจนร่างของจวิ้นข่ายสะท้านไปทั้งตัว
ครั้งนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นลิวนแต่ส่งตรงออกมาจากความหวาดกลัวจริงๆ ยิ่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายปลดกางเกงออก ร่างทั้งร่างของเขาก็ยิ่งสั่น
หนักยิ่งกว่าเดิม
“ม...ไม่…” เสียงของเขาเบาหวิวเกินกว่าที่จะหยุดอะไรได้ทั้งๆที่ในใจกรีดร้องลั่น สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่มาจ่อรอหวังจะสอด
แทรกเข้ามาในร่างของแขาแล้วจวิ้นข่ายก็อยากจะดิ้นหนี แต่หลินหวังไม่ได้เปิดโอกาสให้เขาอีก ทันทีที่เห็นว่าเขากำลังจะขยับ ร่างของ
อีกฝ่ายก็แทรกเข้ามาในร่างของเขาโดยไม่สนใจแม้กระทั่งว่าเสียงที่ดังออกไปจากริมฝีปากของเขามันจะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
ขนาดไหน
“อ...อ้า!!!!!!!!” ความรู้สึกเจ็บราวกับร่างกายถูกฉีกออกเป็นสองส่วนแล่นกระทบเส้นสติทั่วร่างทันที เจ็บจนร่างทั้งร่างเกร็งขึง ใบหน้า
แหงนขึ้นขณะที่ร่างทั้งร่างที่ถูกกระแทกเข้ามาแอ่นขึ้นตามแรงที่ถูกส่งผ่านเข้ามา เจ็บปวดแทบขาดใจจนต้องปล่อยให้น้ำตาหลั่งริน
ออกมาเป็นสาย ทั้งๆ ที่พยายามกักเก็บมันมาตลอดด้วยไม่ต้องการจะให้อีกฝ่ายได้เห็นความอ่อนแอของเขา ทว่าตอนนี้มันกลับไร้
ประโยชน์…
“เจ็บใช่ไหมล่ะ ฉันยังทำให้แกเจ็บได้มากกว่านี้อีก…” ว่าแล้วก็เริ่มขยับ ไม่มีแม้แต่เวลาจะให้ร่างบางได้ปรับตัว แรงขยับเริ่มซอยถี่ขึ้น
เรื่อยๆ จนกลายเป็นแรงกระแทกที่ทำให้ร่างแบบบางโยกสั่นไปทั้งตัว แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังถูกความเจ็บปวดขัดขวางจนแทบจะส่ง
ออกมาไม่ออก
“ฮ...อ…” ต่อให้อยากจะให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝันร้ายสักเท่าไหร่ ทว่าทุกครั้งที่คิดแบบนั้น จวิ้นข่ายก็จะถูกความเป็นจริงทั้งเสียงและ
ความเจ็บปวดดึงกระชากกลับมา เสียงเนื้อกระทบเนื้อหยาบโลน กลิ่นเหม็นหืนปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อฉุนจมูกของหลินหวัง ความเจ็บ
ปวดจากแรงเสียดสีที่ร่างกายถูกรุกล้ำปะปนไปกับความเจ็บปวดจากแรงกระแทกทั่วร่าง ทุกอย่างเป็นสิ่งที่บีบให้จวิ้นข่ายต้องยอมรับ
ความเป็นจริงว่าร่างกายของเขากำลังประสบกับอะไรกันแน่…
ร่างกายที่เคยหวังอยากจะให้เป็นเพียงของเชียนซี...ร่างกายที่เคยคิดว่าจะไม่ต้องแปดเปื้อนมือของใครอีกกลับกำลังถูกรุกล้ำเข้ามาโดย
คนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา...ทำร้ายเชียนซีจนเป็นเจ้าชายนิทราไปสามเดือน...ไอ้สารเลวที่ชื่อหลินหวัง…
อาจเพราะร่างกายอ่อนล้าลงเต็มที สติของจวิ้นข่ายจึงได้พร่าเลือนลงเรื่อยๆ ทว่าแม้จะเป็นแบบนั้นร่างกายก็ยังรับรู้ได้ถึงทุกสัมผัส
หยาบโลนที่แตะลงมาให้ขยะแขยงสะอิดสะเอียนตัวเอง มองเห็นได้แต่เพียงภาพพร่าเลือน ทว่าในใจกลับมีแต่เพียงชื่อของอี้หยางเชียน
ซี หวังอยากให้เชียนซีมาช่วยเขา หากแต่ก็ไม่อยากจะให้อีกฝ่ายมาเห็นเขาในสภาพนี้เช่นกัน…
เขากลัว...กลัวว่าเชียนซีจะเกลียดเขาจริงๆ…
“ช…”
...ขอโทษ…
เชียนซี...ขอโทษ…
น้ำตายิ่งหลั่งรินออกมามากยิ่งกว่าเดิมพร้อมกับดวงตาเลื่อนลอยที่ใกล้จะปิดเต็มที ร่างกายยังคงขยับไปตามแรงของหลินหวังที่
กระแทกร่างเข้ามาซ้ำๆไม่ยอมหยุด ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว หวังแต่เพียงว่ามันจะรีบจบลงเร็วๆ...ให้เขารู้สึกสมเพชตนเองน้อย
ลง ให้เขาไม่ต้องสมเพชและรังเกียจตนเองไปมากกว่านี้…
...เชียนซี...เชียนซี…
เจ็บจังเลย...เจ็บ…
ปึง!!!
เสียงกระแทกพร้อมกับบานประตูที่แทบจะเปิดผางออกในเสี้ยววินาทีต่อมาทำให้ร่างของหลินหวังชะงักกึก ทว่ายังไม่ทันจะได้หันไป
มองให้ชัดตาว่าใครมันกล้ามาขัดจังหวะ ร่างอ้วนใหญ่ยักษ์นั่นก็ถูกกระชากออกไปจนปลิวไปกองอยู่กับพื้น…
...อ่า...ไม่สิ ต้องบอกว่าถูกดึงออกไปแล้วถีบใส่ต่างหากถึงจะถูก…
หลินหวังที่ไม่ทันตั้งตัวชะงักอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาเล็กตี่นั่นจะมองเห็นคนที่มาใหม่ได้ชัดตา และทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
เสียงแตกๆ ของเขาก็แทบจะคำรามออกมาเป็นชื่อของอีกฝ่ายด้วยแรงอารมณ์โกรธจัดที่กำลังพุ่งขึ้นสูง
“อี้หยางเชียนซี!!!!”
“ฉันคงต้องขอบใจที่แกไล่ลูกน้องแกไปหมดสินะ?” เสียงของเชียนซีทุ้มต่ำและนิ่งเย็นยิ่งกว่าที่เคยเป็น ดวงตาของเขาไม่แม้แต่จะหัน
ไปมองหลินหวังที่ยังคงกองอยู่ในสภาพทุเรศอยู่บนพื้นเสียด้วยซ้ำ ทว่าหากสังเกตดีๆ จะพบว่ามือทั้งสองข้างของเชียนซีกำลังกำเข้าหา
กัน แน่นเสียจนขึ้นข้อขาวเมื่อดวงตาของเขาสะท้อนภาพร่างกายของจวิ้นข่ายที่แทบจะสิ้นสติอยู่ตรงนั้น ริมฝีปากที่ปกติเป็นเส้นตรงอยู่
แล้วถูกเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อระงับโทสะที่กำลังเดือดพล่านในใจเพื่อที่จะได้ไม่เผลอพุ่งเข้าไปอัดไอ้สารเลวที่กองอยู่ข้างหลังเขานี่เสีย
ก่อน
เชียนซีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ เขายังไม่อยากจะเข้าไปหาจวิ้นข่ายทั้งๆที่อารมณ์ยังคงเดือดพล่านใกล้ระเบิดเช่นนี้ ดังนั้น
แล้วเขาคงต้องขอจัดการเรื่องให้จบก่อนแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที
ในที่สุดร่างของประธานยังหนุ่มก็หมุนกลับมาหาหลินหวังพร้อมด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิท แม้แต่ในแววตาก็ยังเย็นชาจนทำให้หลินหวัง
รู้สึกเย็นสันหลังวาบ ความกลัวผุดขึ้นในใจอย่างที่ไม่นึกฝันว่าจะมาเป็นเอาต่อหน้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นอี้หยางเชียนซี ทว่า
หลินหวังก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรยากาศของอี้หยางเชียนซีนั้นน่าหวาดผวาขึ้นทุกครั้งที่พบหน้า น่าครั่นคร้ามขึ้นทุกครั้งที่สบตา และนั่น
คือสาเหตุที่หลินหวังไม่เคยคิดอยากจะลุกขึ้นมาต่อต้านคว้าอำนาจจากอีกฝ่ายมา ทว่าอาจเพราะครั้งนี้โอกาสมันมาถึงที่ ทั้งยังบีบคั้นให้
หลินหวังกลายเป็นหมาจนตรอก สุดท้ายถึงได้กล้าสั่งคนไปยิง ไม่นึกว่าเด็กนี่จะยังรอดมาได้อีก และที่ไม่คาดคิดกว่า…
...ก็คือการที่อีกฝ่ายรู้จักกับหวังจวิ้นข่าย…
“พร้อมที่จะรับโทษแล้วหรือยัง”
“!!!!”
ฝ่ามือหนาติดจะกร้านค่อยๆ ลูบไล้ไปตามโครงหน้าเรียวสวยที่บัดนี้ยังคงปรากฏรอยช้ำให้ได้เห็นชัดเจน รอยช้ำเลือดสีม่วงเขียวที่กิน
พื้นที่เต็มซีกหน้าข้างซ้ายของร่างที่ยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงทำให้อี้หยางเชียนซีรู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ เจ็บปวดจนราวกับหัวใจจะ
สลายลงตรงนี้ ทว่าที่เขารู้สึกคงไม่อาจจะเทียบเท่าได้กับสิ่งที่จวิ้นข่ายเพิ่งจะเผชิญมา
“อึก...อือ…”
“เสี่ยวข่าย” เชียนซีแทบจะผุดลุกขึ้นเพื่อที่จะมองดูดวงตาคู่สวยที่ค่อยๆ เปิดขึ้น สร้างรอยยิ้มบางเบาให้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเชียน
ซีจนปรากฏรอยลักยิ้มที่มุมปากอย่างที่เห็นไม่ได้บ่อยๆ “รู้สึกยังไงบ้าง?”
“น้ำ…”
“ได้ รอแป๊บนึงนะ” เชียนซีเอ่ยเสียงนุ่ม ใช้ปลายนิ้วมือแตะสัมผัสที่ข้างแก้มของจวิ้นข่ายแผ่วเบา ก่อนจะผละออกไปหยิบน้ำกลับมาให้
“มา ค่อยๆลุกขึ้นก่อน”
ว่าพลางเชียนซีก็เข้าไปช่วยพยุงร่างที่เหมือนจะลุกขึ้นได้อย่างทุลักทุเล สอดมือข้างหนึ่งเข้าไปโอบรอบเอวสอบเล็ก ออกแรงรั้งร่าง
แบบบางเข้ามาพิงลงกับไหล่ของเขา ก่อนจะช่วยป้อนน้ำให้กับร่างบางอย่างเบามือ รอจนกระทั่งฝ่ามือเรียวยกขึ้นดันแก้วออกเบาๆ
เชียนซีจึงได้ยอมวางแก้วน้ำลง
“ฉันอยู่ที่ไหน...” เสียงของจวิ้นข่ายยังคงฟังดูแหบแห้งอยู่เล็กน้อย ทว่าก็เหมือนว่าสภาพร่างกายจะไม่ได้แย่เช่นที่เชียนซีกังวลเมื่อ
ดวงตาคู่สวยนั้นเริ่มกลอกมองไปรอบๆ ห้องอย่างอ้อยอิ่ง ช้าๆ ทว่าเก็บรายละเอียดทุกอย่างได้เป็นอย่างดี “บ้านของนายเหรอ…?”
“ใช่ บ้านฉันเอง” ว่าพลางเชียนซีก็กระชับอ้อมแขนแผ่วเบา รั้งร่างโปร่งบางของจวิ้นข่ายให้เข้ามาใกล้มากยิ่งกว่าเดิม “นายอยู่ที่นี่จะ
ไม่มีใครทำอะไรนายได้อีกแล้ว เสี่ยวข่าย”
คำพูดของเชียนซีและความอบอุ่นที่ได้รับทำให้จวิ้นข่ายรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจ ทว่าในตอนที่เขากลับตาลงเพื่อหวังจะซึมซับสัมผัส
อบอุ่นของเชียนซีที่เป็นเหมือนฝันให้ได้มากกว่านี้ ภาพของเรื่องราวเลวร้ายที่เขาเพิ่งจะประสบมาก็กลับฉายชัดขึ้นมาในสมอง สัมผัส
รุนแรงหยาบโลนทั่วร่างเริ่มปรากฏร่องรอยความรู้สึกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจนร่างแบบบางสั่นสะท้านให้คนที่ยังคงโอบกอดร่างบางเอาไว้
รู้สึกจนต้องมุ่นคิ้ว ก้มหน้าลงมองร่างในอ้อมแขนที่ใบหน้าฉายชัดถึงความหวาดกลัว
“เสี่ยวข่าย…?”
“หลินหวัง...หลินหวังนั่น…” แม้แต่เสียงก็ยังสั่นสะท้าน เสียงของจวิ้นข่ายที่ไม่เคยที่จะสั่นไปด้วยความหวาดกลัวทำให้เชียนซีต้องรีบ
กระชับอ้อมแขนเข้ามามากยิ่งขึ้น มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นลูบแผ่วเบาลงบนเส้นผมนุ่ม กดศีรษะของจวิ้นข่ายลงกับไหล่ของเขาเบาๆ เพื่อ
ปลอบประโลม ทว่าสิ่งที่เขารู้สึกต่อมากลับเป็นสัมผัสเปียกชื้นที่ซึมผ่านเสื้อมาถึงเนื้อหนัง และนั่นทำให้หัวใจของเขาอดที่จะรู้สึกเจ็บ
ปวดขึ้นมาอีกไม่ได้
“เสี่ยวข่าย ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว…”
“ฉันกลัว...ฉัน...ฉันควรจะทำยังไง...ฉัน…”
“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร…”
“เชียนซี...ฉัน...ฉันขอโทษ...ฮึก…” เสียงสะอื้นฮักดังออกมาจากร่างของจวิ้นข่ายที่แทบจะไม่เคยยอมอ่อนแอให้ใครเห็น ความสุดจะ
กลั้นของจวิ้นข่ายไม่ได้มีเพียงความกลัวที่ถูกกลั่นออกมา ทว่ายังมีความรู้สึกสมเพช ขยะแขยง รังเกียจ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นความรู้สึกที่มี
ให้กับร่างกายของตนเองทั้งสิ้น ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจแม้แต่จะมอบร่างกายให้เชียนซีคนเดียวเป็นสิ่งที่กรีดหัวใจเขามากกว่าอะไร
ทั้งหมด เขารู้สึกว่าตอนนี้ตนเองช่างหน้าไม่อายที่ยังกล้าที่จะร้องขอความรักผ่านการกระทำจากเชียนซีเช่นตอนนี้ เขามันไม่คู่ควร...ไม่
คู่ควรยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก…
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทว่าในใจเชียนซีคล้ายจะรับรู้ความรู้สึกและความคิดของจวิ้นข่ายได้ชัดเจนจนต้องกอดร่างแบบบางนี้เอาไว้แน่น
กลัวเหลือเกินว่าจวิ้นข่ายจะหายไปอีกจนต้องก้มใบหน้าลงฝังกับกลุ่มเส้นผมนุ่ม จูบแผ่วเบาลงบนนั้นเพื่อเรียกร้องให้จวิ้นข่ายเลิกคิด
ฟุ้งซ่านเสียที
เขาไม่อยากจะเสียจวิ้นข่ายไปอีก...มันมากพอแล้ว มากจนเกินพอแล้วจริงๆ…
“อยู่กับฉัน ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยนายไป ฉันจะไม่ให้ใครมาทำร้ายนายได้อีก เสี่ยวข่าย อย่าหนีจากฉันไปอีกก็พอ
ฉันไม่อยากจะเสียนายไปอีกแล้ว...ไม่อีกแล้ว…”
“แต่ร่างกายของฉัน...ตัวของฉัน...มัน...มันไม่---” ไม่ทันจะได้แม้กระทั่งจะได้พูดอะไรให้จบประโยค ใบหน้าเรียวถูกรั้งขึ้น ก่อนที่
ใบหน้าคมสันจะแนบริมฝีปากลงมา ปิดกั้นคำพูดของจวิ้นข่ายทั้งหมดให้ถูกกลืนกลับลงไปในลำคอ ลิ้นสากอุ่นร้อนแทรกเข้ามาแตะ
เกี่ยวกับเรียวลิ้นของจวิ้นข่าย กระหวัดเกี่ยวชักนำให้จวิ้นข่ายค่อยๆ ลืมเลือนแม้กระทั่งสิ่งที่กำลังจะเอ่ยออกไปทั้งหมด ดูดดึงเรียวลิ้น
หอมหวานราวกับของหวานนั่นซ้ำๆ จนในที่สุดก็ยอมผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง
“ร่างกายของนาย...จะให้ฉันได้หรือเปล่า...เสี่ยวข่าย”
เสียงของเชียนซีแหบพร่า หากทว่ากลับเรียกริ้วสีแดงให้ปรากฏขึ้นบนปรางแก้มนุ่มได้ไม่ยาก แม้แต่รอยฟกช้ำก็ยังไม่อาจจะช่วยปกปิด
มันได้หมด ได้แต่รีบหลุบสายตาหลบจากสายตาของเชียนซีที่มองมาลึกซึ้งอย่างที่เขาแทบไม่เคยสังเกตเห็น สายตาที่เมื่อมองสบแล้วก็
ทำเอาร่างกายรู้สึกร้อนรุ่มราวกับอยู่กลางกองไฟ…
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบของเชียนซีโดยที่แม้แต่จว้นข่ายเองก็ยังไม่รู้ตัว แม้จะไม่ชอบใจกับรอยช้ำบนใบหน้าของจวิ้น
ข่ายนัก ทว่าเขาก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่ามันไม่ได้ทอนความน่ามองของจวิ้นข่ายเวลาเขินอายไปเลยสักนิด
เสี่ยวข่ายของเขาสวยงามเสมอ…
สุดท้ายแล้วคนตัวหนากว่าก็ค่อยๆ พยุงร่างแบบบางลงกับผืนเตียง ไร้การต่อต้านเช่นที่เคยเป็น มีแต่เพียงดวงตาที่เลื่อนหลบเขาทุกครั้ง
ด้วยความเขินอายที่เชียนซีไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันจากจวิ้นข่าย ริมฝีปากบางอิ่มที่ถูกเม้มเข้าหากันเบาๆ ด้วยความประหม่ายิ่งทำให้
เขารู้สึกอยากจะก้มลงไปจูบซ้ำๆ ไม่เคยนึกเลยว่าเขาจะหลงใหลและหลงรักหวังจวิ้นข่ายได้ซ้ำๆ เช่นนี้…
“ฉันไม่สนใจว่าเคยเกิดอะไรขึ้น…” ว่าพลางเชียนซีก็แนบจูบลงกับหน้าผากมนแผ่วเบา “ฉันสนใจแค่นายอยู่ข้างๆ ฉันแบบนี้ ตอนนี้ ตรงนี้ และจะอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ…”
คำพูดของเชียนซีสร้างความอบอุ่นให้กับจิตใจของจวิ้นข่ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ร่างบางเผยยิ้มบางเบา ก่อนที่ลำแขนบางจะยกขึ้นโอบ
ล้อมรอบลำคอหนา รั้งตนเองขึ้นประทับจูบที่ริมฝีปากของเชียนซีแผ่วเบาทว่าชัดเจน
“งั้นฉันจะอยู่แบบนี้ จะอยู่กับนายแบบนี้…”
คำพูดของจวิ้นข่ายทำให้เชียนซีอดที่จะเลียริมฝีปากของตนเองไม่ได้ ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากลงกับริมฝีปากบางอิ่มอีกครั้ง ทว่าครั้ง
นี้เชียนซีกลับไม่อาจแม้แต่จะกดเก็บความรู้สึกของตนเองไว้ได้หมด จูบที่ค่อยๆเพิ่มความร้อนแรงมากขึ้นจากการตอบรับกลับของจวิ้น
ข่ายทำให้ทุกอย่างคล้ายกลายเป็นความฝัน พร่าเบลอ หากทว่าใครจะรู้ว่าทุกอย่างนั้นก็ยังคงชัดเจนด้วยความรู้สึกและรสสัมผัส…
ในที่สุด ความรักที่เคยมีแต่ความเกลียดชัและเจ็บปวด ก็กลายเป็นความรักที่สวยงามของคนสองคน กลายเป็นความรักที่หอมหวาน
เป็นความรัก...ที่บริสุทธิ์และจริงใจ...
------------------------------------------------------------------ #QKHate ----------------------------------------------------------------------
จบแล้ววววว จบทันก่อนเปิดเทอมพอดีเลยยยยยย
จบแบบนี้ไม่โดนรีดตบแล้ว ฮ่าๆๆๆ เกือบตัดจบแบบค้างๆมาสองรอบ รอบนี้จบจริงๆแล้วจย้าาาา
สำหรับคู่นี้ไม่รู้ว่าจะยังมีฟิคออกมาอีกไหม เนื่องจากเปิดเทอมคงวุ่นๆ อาจจะสามารถแต่งได้แค่สนองนีดเบาๆเพราะมี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น